
ณ ป่าหิมพานต์อันอุดมสมบูรณ์ ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นพญานกหัสดีลิงค์ (วิชหก) ผู้มีปัญญาล้ำเลิศ และมีรูปร่างอันน่าเกรงขาม นกหัสดีลิงค์ตัวนี้มีลักษณะพิเศษ คือมีปากเหมือนนกอินทรี มีเล็บเหมือนเสือดาว และมีรูปร่างเหมือนไก่
ท่านเป็นที่รักและเคารพของเหล่าสัตว์ป่าทั้งหลาย เพราะท่านมีสติปัญญาในการแก้ไขปัญหาต่างๆ และมักจะช่วยเหลือสัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยาก
ในป่าแห่งนั้น มีสัตว์ป่าอยู่ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีจิตใจอิจฉาริษยา และมักจะคิดร้ายต่อผู้อื่นอยู่เสมอ สัตว์ชนิดนั้นคือ “กุญชร” หรือช้าง
ช้างตัวนี้มีขนาดใหญ่โต แต่กลับมีสติปัญญาอันน้อยนิด และมักจะใช้อำนาจของตนเองในการรังแกสัตว์ที่อ่อนแอกว่า
วันหนึ่ง ช้างได้เห็นพญานกหัสดีลิงค์กำลังสนทนากับสัตว์อื่นๆ ช้างเกิดความรู้สึกอิจฉาในความเฉลียวฉลาดและความเป็นที่รักของพญานก
“ข้าช้าง จงมาที่นี่!” ช้างร้องเสียงดัง “ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า”
พระโพธิสัตว์ในร่างพญานกหัสดีลิงค์ บินลงมาอย่างสง่างาม
“มีอะไรหรือ พญากุญชร?” ท่านถามด้วยน้ำเสียงสงบ
“เจ้าคิดว่าเจ้าฉลาดกว่าข้ากระนั้นหรือ?” ช้างถามอย่างท้าทาย “เจ้าเป็นเพียงนกตัวเล็กๆ จะไปรู้อะไร!”
“สติปัญญาไม่เกี่ยวกับขนาดร่างกาย พญากุญชร” พระโพธิสัตว์ตอบ “ข้าอาจจะตัวเล็กกว่าท่าน แต่ข้าก็มีปัญญาในการดำรงชีวิต”
“เหลวไหล!” ช้างร้อง “ข้าแข็งแรงกว่าเจ้า ข้ามีกำลังมากกว่าเจ้า! เจ้าจะสู้ข้าได้อย่างไร!”
“การต่อสู้ด้วยกำลัง ไม่ใช่หนทางของข้า” พระโพธิสัตว์กล่าว “ข้าเลือกใช้ปัญญา”
ช้างได้ยินดังนั้น ก็ยิ่งโกรธแค้น มันจึงวางแผนจะกำจัดพญานกหัสดีลิงค์
“ข้าจะลองทดสอบปัญญาของเจ้า!” ช้างกล่าว “ถ้าเจ้าตอบคำถามของข้าไม่ได้ ข้าจะกินเจ้า!”
พระโพธิสัตว์รับคำท้า
“เอาล่ะ!” ช้างกล่าว “อะไรคือสิ่งที่วิ่งได้เร็วที่สุดในป่านี้?”
พระโพธิสัตว์คิดสักครู่ แล้วตอบว่า “ลม”
“ผิด!” ช้างตะโกน “สิ่งที่วิ่งเร็วที่สุดคือข้า! เพราะข้าสามารถวิ่งไปได้ทุกที่!”
“ท่านเข้าใจผิดแล้ว พญากุญชร” พระโพธิสัตว์กล่าว “ลมนั้นพัดไปทั่วทุกหนทุกแห่ง รวดเร็วกว่าที่ท่านจะวิ่งตามทัน”
ช้างไม่พอใจ แต่ก็ยังคงถามคำถามต่อไป
“อะไรคือสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดในป่านี้?”
“เหล็ก” พระโพธิสัตว์ตอบ
“ผิด! ข้าต่างหากที่แข็งแกร่งที่สุด!” ช้างตะโกน “ไม่มีใครต้านทานข้าได้!”
“เหล็กนั้นสามารถตัดต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุด และยังสามารถทำอาวุธที่คมกริบได้” พระโพธิสัตว์อธิบาย “ส่วนท่านนั้น แม้จะแข็งแรง แต่ก็ยังแพ้แก่ความเหนื่อยล้า”
ช้างเริ่มโมโหมากยิ่งขึ้น มันคำรามและขู่ว่าจะทำร้ายพระโพธิสัตว์
“คำถามสุดท้าย!” ช้างกล่าว “อะไรคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในป่านี้?”
“ความตาย” พระโพธิสัตว์ตอบ
“ผิด! ข้าต่างหากที่น่ากลัวที่สุด! ใครเห็นหน้าข้าก็ต้องหนีไป!” ช้างกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“ความตายนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้แต่ท่านก็ไม่อาจหนีพ้น” พระโพธิสัตว์กล่าว “ความกลัวตายนั้น ทำให้สัตว์ทั้งหลายระมัดระวังตัว และใช้ชีวิตอย่างมีสติ”
ช้างได้ฟังคำตอบของพระโพธิสัตว์ ก็ยิ่งโกรธแค้น แต่ก็ไม่สามารถหาคำตอบที่ถูกต้องได้
“เจ้า… เจ้าหลอกข้า!” ช้างตะโกน “ข้าจะกินเจ้า!”
แต่ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม และมีเสียงฟ้าร้องดังสนั่น
“ท่านได้ยินหรือไม่ พญากุญชร?” พระโพธิสัตว์ถาม “นั่นคือเสียงของสายฟ้า ซึ่งน่ากลัวยิ่งกว่าท่านเสียอีก”
ช้างตกใจกลัวเสียงฟ้าร้อง จึงรีบวิ่งหนีไป
พระโพธิสัตว์มองตามหลังช้างไปด้วยความสงสาร
“ท่านพญากุญชรเอ๋ย การใช้กำลังและความอวดดี ไม่ได้ทำให้ท่านเป็นที่ยอมรับ” ท่านกล่าว “สติปัญญาและการใช้เหตุผลต่างหาก คือสิ่งที่ทำให้ท่านเป็นที่เคารพ”
หลังจากเหตุการณ์นั้น ช้างก็ไม่กล้ามาท้าทายพญานกหัสดีลิงค์อีก
พระโพธิสัตว์ก็ได้ดำรงตนเป็นผู้มีปัญญา นำพาความสงบสุขมาสู่ป่าหิมพานต์ต่อไป
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า สติปัญญาและความเฉลียวฉลาด สำคัญกว่าพละกำลังและการอวดดี การใช้เหตุผลและการไตร่ตรอง ย่อมนำมาซึ่งการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง และการเป็นที่ยอมรับของผู้อื่น
— In-Article Ad —
สติปัญญาและความเฉลียวฉลาดสำคัญกว่าพละกำลัง การใช้เหตุผลและการไตร่ตรองนำมาซึ่งการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง.
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
73เอกนิบาตกุมพีลชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายตายเกิดเป็นพระโพธิสัตว์ในแดนที่...
💡 ความดี ความเสียสละ และความอดทน สามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจที่กระด้างให้กลับกลายเป็นความเมตตาได้ แม้แต่ผู้ที่เคยทำผิดพลาด ก็สามารถกลับตัวกลับใจและเป็นผู้ที่ประเสริฐได้ หากมีผู้ที่คอยชี้แนะและให้โอกาส
44เอกนิบาตสัญชัยชาดก ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็นกษัตริย์ทรงพระนามว่า สัญชัยราช ทรงม...
💡 ทรัพย์สมบัติอันประเสริฐที่สุดในชีวิตมนุษย์ มิใช่สิ่งของมีค่าภายนอก แต่คือความยินดีที่ได้เห็นความดีงาม ความสุขของผู้คน และการได้แบ่งปันสิ่งเหล่านั้นแก่ผู้อื่น ความสำเร็จที่แท้จริงคือการมีจิตใจที่บริสุทธิ์ และการทำประโยชน์แก่สังคม
30เอกนิบาตกษัตริย์ผู้ทรงละอายต่อบาปณ อาณาจักรกุรุธรรมอันแสนสงบสุข ปกครองโดยพระเจ้าปัญญาธิราช ผู้ทรงมีพระปรีชาส...
💡 ความละอายต่อบาปย่อมนำมาซึ่งการกลับตัวกลับใจ.
101เอกนิบาตสัตตบุรุษชาดก ในสมัยโบราณกาล ณ กรุงพาราณสี อันเป็นราชธานีอันรุ่งเรืองแห่งแคว้นกาสี พระโพธิสัตว์เจ้า...
💡 การเป็น "สัตบุรุษ" หรือผู้ประเสริฐ คือการมีคุณธรรม 7 ประการ ได้แก่ การให้ทาน, การรักษาศีล, ความเพียร, ปัญญา, สัจจะ, เมตตา, และการไม่พยาบาท เมื่อเราประพฤติตนเป็นสัตบุรุษ เราจะไม่เพียงแต่หลุดพ้นจากความทุกข์ แต่ยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ และนำพามาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่สังคมโดยรวมได้
252ติกนิบาตปัฏฐกชาดก (ครั้งที่ 3) ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในกาลเมื่อพระโพธิสัตว์ของเราทรงอุบัติเป็นปัฏฐกะ พราหมณ์ผ...
💡 ความเมตตาและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ย่อมส่งผลดีตอบแทนกลับคืนมาเสมอ แม้แต่สัตว์เล็กๆ ก็สามารถตอบแทนบุญคุณได้ การช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด ย่อมเป็นการสร้างบุญกุศล และเป็นหนทางสู่ความสุขที่แท้จริง
33เอกนิบาตในอดีตกาล นานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร กษัตริย์ผู้ทรงเปี่ยมล้นด้วยพ...
💡 การเสียสละทรัพย์สินอันมีค่า เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น แม้แต่สัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยาก ย่อมเป็นเครื่องแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณและบุญบารมีอันยิ่งใหญ่ การให้ทานด้วยจิตอันบริสุทธิ์ ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญรุ่งเรือง
— Multiplex Ad —